MU-FRF logo

MU-FRF Insight Explorer

arrow_backรายการทั้งหมด
Wavelength Dispersive X-ray Fluorescence (WDXRF)
85

เครื่องวิเคราะห์การเรืองของรังสีเอกซ์แบบกระจายความยาวคลื่น (WDXRF)

Wavelength Dispersive X-ray Fluorescence (WDXRF)

Bruker/S8 TIGER

เครื่องมือรังสีเอกซ์

บทนำ

เครื่องวิเคราะห์การเรืองรังสีเอกซ์ชนิดกระจายความยาวคลื่น (Wavelength Dispersive X-ray Fluorescence: WDXRF) เป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการวิเคราะห์ชนิดและปริมาณของธาตุองค์ประกอบในวัสดุ ทั้งในเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) และเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) โดยอาศัยหลักการเรืองรังสีเอกซ์และการกระจายความยาวคลื่น (Wavelength Dispersive) เครื่องมือดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ธาตุได้ตั้งแต่ฟลูออรีน (F) จนถึงยูเรเนียม (U) และมีความสามารถในการตรวจวัดปริมาณธาตุได้ตั้งแต่ระดับความเข้มข้นสูงในหน่วยเปอร์เซ็นต์ (%) ไปจนถึงระดับความเข้มข้นต่ำมากในระดับส่วนในล้านส่วน (Parts per million: ppm) นอกจากนี้ เครื่อง WDXRF ยังรองรับการวิเคราะห์ตัวอย่างได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ของแข็งชนิดผง ของแข็งที่มีผิวหน้าเรียบ และของเหลว การวิเคราะห์ชนิดและปริมาณธาตุองค์ประกอบของวัสดุด้วยเทคนิค WDXRF ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ และมีบทบาทสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาวัสดุและนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขา เช่น วัสดุศาสตร์ ตัวเร่งปฏิกิริยา พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน

1

1. งานวิจัยและพัฒนาวัสดุ (วิเคราะห์วัสดุใหม่ เช่น เซรามิกชนิดพิเศษ วัสดุทางการแพทย์ และวัสดุโครงสร้างนาโน)

Application 1 - 1
2

2. อุตสาหกรรมเหมืองแร่ (ตรวจสอบปริมาณของโลหะหนักและสารปนเปื้อนในแร่, ควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบในกระบวนการผลิต, วิเคราะห์องค์ประกอบของแร่ธาตุ เช่น ทองคำ ทองแดง เหล็ก ซิลิกา)

Application 2 - 1
3

3. อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ (วิเคราะห์องค์ประกอบของปูนดิบ (Raw meal) เพื่อปรับสูตรการผลิต, ตรวจสอบคุณภาพของปูนสำเร็จรูป)

Application 3 - 1
4

4. อุตสาหกรรมเซรามิกส์และแก้ว (ควบคุมปริมาณสารประกอบ เช่น ซิลิกา อลูมินา แคลเซียมออกไซด์, ตรวจสอบส่วนประกอบของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตเซรามิกส์และแก้ว)

5

5. อุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ (วิเคราะห์โลหะผสม (Alloys) เพื่อตรวจสอบสัดส่วนของธาตุต่าง ๆ เช่น คาร์บอน ซิลิกอน แมงกานีส, ตรวจสอบการปนเปื้อนของสารในวัตถุดิบโลหะ)

6

6. อุตสาหกรรมอาหารและเกษตร (วิเคราะห์ปริมาณแร่ธาตุในปุ๋ยและดิน เพื่อปรับปรุงการเพาะปลูก, ตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของอาหาร เช่น ปริมาณโซเดียม แคลเซียม และแมกนีเซียม)

7

7. อุตสาหกรรมพลังงาน (ตรวจสอบองค์ประกอบของถ่านหิน น้ำมันดิบ และวัตถุดิบสำหรับพลังงานหมุนเวียน, วิเคราะห์ส่วนผสมของแบตเตอรี่และเซลล์แสงอาทิตย์)

8

8. สิ่งแวดล้อม (ตรวจสอบองค์ประกอบของดิน น้ำ และฝุ่น เพื่อตรวจหาสารพิษหรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท)

อ้างอิง